เนื้อหาทั้งหมดในบล็อกนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม โรงเรียนลูกบาศก์ อยากรู้ตามไปที่ บล็อกหลักของโรงเรียนนะคะ

MS : คู่กัด

posted on 26 May 2009 20:12 by rumpanrak

ผู้ถูกกล่าวถึง : ไวท์ (อีกละ)

หมายเหตุ : ตอนจบของ "คนอื่น" ค่ะ

หมายเหตุ 2 :  เนื่องจากหมั่นไส้หลานตรองที่ป็อบเกินไปละ...เราจึงดันหลานไวท์ออกมา (ฮา)  ขอบคุณผปคที่อยู่เป็นเพื่อนและคอมเมนท์รูปเราน่อ ถ้าไม่มีพวกท่าน..ไวท์อาจจะหน้าลิเกต่อไป...(ฮา) อ้อ แล้วก็ "กรี๊ด วาดไวท์อีกช่องแล้วเรอะ" นั่น...อย่าไปใส่ใจ เรายังสนุกกับการลงสีสกินเฮดหลานไวท์อยู่นะ (แต่คงเพลาๆลงล่ะ คนอื่นบ้างอะไรบ้าง)

หมายเหตุ 3 : โครงเรื่องและมุขในนี้...แม่ไวท์คิดเอง แป้กไปไม่เกี่ยวกับเรานะ (ฮา) (โบ้ยที่สุด)

**************************************************

 

     บอกตามตรง...ฉันไม่เคยต่อยกับผู้ชายที่โตเต็มวัยแล้วซักครั้ง ถ้าไม่นับเวลาซ้อมกับเจ้าจิน... แต่น้องชายที่อยู่แค่ม.ต้นนี่มันก็ไม่นับเป็นผู้ชายโตเต็มวัยอยู่แล้ว...กับป๊า ก็ไม่เคยต่อยกันจริงๆจังๆซักที

    บนเวทีกับข้างถนนนี่มันต่างกันเหมือนกันแฮะ...ฉันคิดในใจขณะที่กระทืบเข้า 'จุดตาย' ของนายคนที่พึ่งโดนฟันศอกไป นี่ถ้าอยู่บนเวที ฉันคงโดนปรับแพ้ไปแล้ว...

    พึ่งเคยเห็นคนหน้าเขียวกับตาตัวเองครั้งแรกนะเนี่ย...ฉันเหลือบมองร่างที่ทรุดลงไปนอนคู้ร้องโอดโอยกับพื้นถนน แต่ก็ไม่ได้คิดเสียใจเท่าไหร่ที่โจมตีจุดอ่อนของผู้ชายเข้าจังๆแบบนั้น ก็ป๊าเคยสอนไว้ว่าเวลาสู้กันข้างถนน ไม่ต้องเอาท่าสวย ไม่ต้องเอาสนุก ไม่ต้องประวิงเวลา คิดอย่างเดียวคือน็อคให้เร็วที่สุด...

    ...และต้องเอาให้น็อค อย่าปล่อยให้ลุกขึ้นมาโจมตีเราตอนเผลอได้อีก
 
    ดูเหมือนไวทยาจะคิดแบบเดียวกัน...เพราะเมื่อฉันหันกลับมาไวทยาก็จัดการเจ้าคนที่ล็อคตัวเขาไว้ลงไปหมอบกระแตเรียบร้อย ท่าทางจะสลบเลยด้วยซ้ำ

    มาคิดดูดีๆภายหลังฉันก็นึกอิจฉาเขาอยู่เหมือนกัน... ผู้ชายมันก็ดีแบบนี้ละนะ...แรงดีไม่ต้องเล็งจุดตายก็สลบได้...

    และก็ไม่โดนเล็งเป็น"ตัวประกัน"ด้วย

    "โอ๊ย" ฉันร้องออกมาเมื่อโดนกระชากหัวเต็มแรงจนถึงกับเซ นี่ขนาดตัดสั้นขนาดนี้ยังโดนอีกเหรอเนี่ย ทำไมเวลามีเรื่องถึงเจอแต่คนกระชากหัวฉันบ่อยๆนักนะ...

    ยังไม่ทันจะได้คำตอบฉันก็โดนกระแทกอย่างแรงเข้าที่หน้า...เจ็บน้อยกว่าหมัดของจินตั้งเยอะ...แต่พรุ่งนี้คงเขียวๆม่วงๆแหงๆ...ไอ้บ้านี่ไม่คิดจะออมมือกับผู้หญิงเลยสินะ...

    "อย่าเข้ามานะเว้ย" มันหันไปขู่ไวทยาที่ปราดเข้ามา มือรีบคว้าหมับเข้าที่ลำคอฉันเป็นการข่มขู่ "ไอ้หน้าตัวเมียเอ๊ย ให้ผู้หญิงช่วยตลอด"

    ให้ผู้หญิงช่วยตลอด?

    คำพูดที่ทำให้ฉันชะงัก วันนี้ที่โรงเรียน มีคนหน้าตาช้ำๆมาโรงเรียนสองคน คนแรกคือนายไวทยาตรงหน้าฉันนี่

    ส่วนอีกคน...ที่แม้จะเห็นจากระยะไกลๆ แต่ก็สังเกตได้ว่าปากแตกและหน้าก็ดูบวมๆด้วย

    ไอ้พวกนี้เป็นคนอัดตรีงั้นเหรอ

    ความคิดที่ทำให้ความโกรธพุ่งพล่าน ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะโมโหที่โดนต่อยหน้าเอาก็ได้ ศอกที่เหวี่ยงไปกระแทกชายโครงเลยแรงกว่าปกติ...คอของฉันเป็นอิสระทันที และมันก็คงเสียใจที่ทำแบบนั้น...

    เพราะเมื่อตัวประกันเป็นอิสระ ก็ไม่มีเหตุผลที่ไวทยาจะไม่ตรงเข้ามาจัดการ...

    ฉันแตะๆปากตัวเองระหว่างที่ดูเขาอัดไอ้บ้านั่นจนสลบไป รู้สึกได้ถึงรสของเลือดปะปนกับน้ำลาย หน้าซีกที่โดนต่อยยังชาๆอยู่แต่อีกเดี๋ยวคงได้เรื่องแน่...

    ไปจากตรงนี้ก่อนที่จะมีใครมาเห็นดีกว่า... ถ้าใครแจ้งตำรวจจะพลอยเป็นเรื่องใหญ่... ปรับทะเลาะวิวาทห้าร้อยบาทไม่ใช่น้อยๆ...

    "ไวทยา ไปกันเถอะ"

    นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันคุยกับเขา แม้ว่าจะเห็นหน้าบ่อยๆเพราะนั่งอยู่ข้างๆชลทิศ...เอ่อ...ตรอง.... ในสายตาฉัน ไวทยาดูเป็นคนเงียบๆไม่ค่อยสุงสิงกับใครนัก...และก็...หน้าตาดีใช้ได้ แต่เราก็ยังไม่เคยคุยกันเป็นการส่วนตัวมาก่อน

    "เธอนี่มัน...หาเรื่องเจ็บตัวรึไง"

    ...จริงๆไม่คุยกันเป็นการส่วนตัวต่อไปน่าจะดีกว่านะเนี่ย...

    "หึ...หาเรื่องไม่ให้คนอื่นเจ็บตัวต่างหาก" ฉันพูดพึมพำแต่ก็ดังพอจะให้เขาได้ยินเต็มสองหู

    "เธอเป็นผู้หญิงนะ...อย่าลืมสิ" ไวทยาพูดเสียงดุ

    เอ้าไอ้นี่ แล้วนายลืมแล้วรึไงว่าผู้หญิงคนนี้นั่นแหละที่พึ่งอัดคนคว่ำไปต่อหน้าต่อตานายเนี่ย ฉันคิดในใจแต่ก็ไม่ได้พูดออกมา ท่าทาง...ไวทยาจะฝังใจเรื่องที่ไอ้เลวนั่นด่าเอาอยู่... ด้วยเหตุนี้ฉันจึงไม่ว่าอะไรที่เขาแย่งจักรยานไปเข็นแทน

    "น่า..." ฉันพยายามยิ้มและเก็กเหมือนไม่เจ็บแผลที่ปาก ทั้งๆที่การขยับมุมปากแบบนี้ทำให้เจ็บจนน้ำตาซึม "นายอย่าคิดมาเรื่องนั้นเลย เราก็...ไม่เหมือนผู้หญิงเท่าไหร่น่ะ" ฉันยกมือขึ้นแตะๆแผลตัวเองเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและลากนิ้วผ่านขอบตา เช็ดน้ำตาออกเนียนๆ
        
    แต่แล้วไวทยาก็ปล่อยมือที่จับแฮนด์จักรยานออกข้างนึงและก่อนที่ฉันจะรู้ตัว ไอ้บ้านั่นก็จิ้มแผลที่ปากฉันเฉย

    "ไม่เจ็บแน่นะ"

    "โอ๊ย ไอ้บ้า เจ็บนะว้อย" ฉันปัดมือไวทยาออกและจิ้มคืน...แรงๆตรงรอยช้ำที่คอ "นี่แหนะ"

    "อ๊ะ..." เขาหน้ากระตุกไปนิดนึงเพราะความเจ็บ ก่อนจะผลักหัวฉันแรงๆ "งี่เง่า"

    "หึ" ฉันส่ายหน้านิดๆพยายามที่จะไม่ยิ้มออกมา ...ไอ้คนจิ้มก่อนสิงี่เง่า...

    ไวทยานี่ก็ตลกดีเหมือนกันแฮะ...

    "เธอควรไปทำแผลซะ พรุ่งนี้หน้าจะได้ไม่ปูดไปกว่านี้นะ" เขาเอ่ยขึ้น ดวงตาจับจ้องที่รอยช้ำที่หน้าของฉัน "ทำหน้าตาให้เป็นผู้หญิงซะบ้าง"

    หมายความว่าหน้าตาฉันตอนนี้เหมือนกะเทยรึไงยะ!

    "โอ๊ย แค่นี้ขำๆน่ะ กลับไปเอาอะไรเย็นๆประคบก็ได้" ฉันพูดอย่างรำคาญ ก็แผลแค่นี้...มันก็เรื่องธรรมดาของคนที่ชกมวยอยู่แล้วนี่

    "เก่งจริงๆนะเธอเนี่ย" เขาประชดเข้าให้ "แต่ปากเธอมันไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่นะ" เมื่อพูดจบไวทยาก็เอื้อมมือมาเช็ดเลือดที่ปากฉัน

    "โอ๊ย" ฉันสะดุ้งเฮือกเพราะความเจ็บ ไอ้หมอนี่อะไรเนี่ย เล่นทีเผลออีกแล้วเว้ย "อ้าวเฮ้ย เอาจักรยานฉันไปไหนเนี่ย" ฉันโวยเมื่อเราเดินมาถึงหน้าปากซอยแล้วจู่ๆเขาก็ลากจักรยานของฉันไปจอดหน้าร้านขายของชำ

    ...ฉันยืนรอเงียบๆเมื่อเห็นว่าไวทยาเข้าไปซื้อน้ำแข็ง...แต่ก็เริ่มโวยทันทีเมื่อเขาทำท่าจะเอาน้ำแข็งมาโป๊ะปากฉันด้วยตัวเอง

    "เฮ้ยๆๆ เราทำเองได้" ฉันว่าพลางแย่งถุงน้ำแข็งมา ไอ้นี่อะไรนักนะ...ฉันอายุเท่าแกนะเฟ้ย ไม่ใช่เป็นน้องแกซักหน่อย...

    โอ่ย...ใจเย็นไว้ปันรัก ไอ้หมอนี่มันคงรู้สึกผิดเพราะเราโดนต่อยนั่นแหละ อย่าดีใจๆ

    คิดได้แบบนั้นฉันก็เม้มปากแล้วเดินหนีไปนั่งที่ม้านั่งสาธารณะหน้าร้าน ทำทีเป็นแบ่งน้ำแข็งใส่ผ้าเช็ดหน้า

    "เข้าบ้านสภาพนี้จะโดนอะไรรึเปล่า"

    ...มะ...ไม่ต้องมานั่งข้างๆเฟ้ย! ฉันขยับตัวออกห่างเล็กน้อยทันทีแต่มันดูยังไงก็เหมือนเขยิบที่ให้เขานั่งชัดๆ

    ".ไม่หรอก" ฉันรีบตอบพลางส่งถุงน้ำแข็งที่เหลือให้เขา อือ...ซ้อมมวยอยู่ในบ้านโดนต่อยน่วมกว่านี้ก็เคยมาแล้ว
    
    "เธอเป็นผู้หญิงจริงๆรึเปล่าเนี่ย"

    คำพูดที่ทำให้ฉันจะหัวเราะ เอ้า ไอ้หมอนี่ "ก็ผู้หญิงสิ นายเห็นเป็นผู้ชายรึไง"

    เอ๊ะ...หรือมันเห็นเป็นผู้ชายวะ?

    แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะได้รับคำตอบ ไวทยาก็หันมามองหน้าฉันด้วยดวงตาแบบที่ฉัน...เอ้อ...ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่เลย

    "เธอรู้รึเปล่าว่าถ้าเธอพลาดสักนิด    จะอันตรายแค่ไหน"

    ... เรื่องนี้อีกแล้ว ฉันรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอีก ไอ้หมอนี่...แบบนี้มันกีดกันทางเพศนะยะ "แล้วรู้รึเปล่าว่าถ้าฉันไม่เข้าไป นายจะเจออันตรายแค่ไหน"

    "ยังไงซะฉันก็ผู้ชาย เธอน่ะ ตัวแค่นี้" ไวทยาว่าพลางคว้าข้อมือฉัน วะ ไอ้บ้านี่สังเกตด้วยเหรอว่าข้อมือฉันเล็กนิดเดียวน่ะ

    ฉันสูดหายใจเข้า มองหน้าเขานิ่งพักหนึ่งแล้วก็หมุนข้อมือด้วยท่าเดียวกับที่ป๊าเคยสอนไว้...ท่าป้องกันตัวเวลาโดนผู้ชายจับมือ

    "ตัวแค่นี้เนี่ยแหละ ที่ดึงไหล่นายหลุดได้" ฉันกระซิบเสียงเย็น

    "หึ" ไวทยาสะบัดมือเมื่อฉันปล่อยแขนเขาเป็นอิสระ "ฉันแค่จะเตือนให้เธอคิดบ้าง...แต่ถ้าปากดีๆแบบนี้..." จู่ๆเขาก็ยิ้มขึ้นมาด้วยรอยยิ้มแปลกๆ ตาเป็นประกายวิบวับอย่างประหลาด "คงไม่ต้องแล้วล่ะ พวกมันคงตายเพราะโดนลิงด่า"

    ...ลิง

    ฉันอ้าปากค้าง นี่ไวทยาพึ่งด่าว่าฉันเหมือนลิงงั้นเหรอ "ไอ้..."

    ยังไม่ทันที่ฉันจะนึกออกว่าควรจะด่าตอบโต้ว่าอะไรดี ไวทยาก็เสริมขึ้นมาด้วยประโยคน่ากระทืบ

    "ลิงเมาซะด้วยนะเธอน่ะ"

    "ไอ้!...ไอ้...ไอ้...ไอ้หงอก! ปากดีนักนะ คนเขาอุตส่าห์ไปช่วย" ฉันโพล่งออกมาได้ในที่สุด...มาคิดๆดูมันก็ไม่ใช่คำด่าเท่าไหร่ แถมหัวของไวทยาก็ยังไม่ได้หงอกซักกะนิด เออวะ ช่างเหอะ นายยังไม่หงอกฉันก็จะเรียกโว้ย

    "ใครหงอกวะ" ไวทยาหุบยิ้มทันที หน้าตาเอาเรื่องขึ้นมาเลย

    อะไร แกด่าคนอื่นได้ฉันด่ากลับมั่งไม่ได้เรอะ

    "แล้วแกว่าใครลิงล่ะ" ฉันเถียงกลับ เอาเซ่

    "เธอไง ลิง เมา" นายไวทยาจ้องหน้าฉันแถมยังพูดช้าๆเน้นเสียงทีละคำ ดูเหมือนจะเน้นคำว่าลิง กับ เมาเป็นพิเศษด้วย

    "งั้นนายก็ หงอก ย่ะ เหม่ง หงอก" ฮุ ชื่อเหมือนหนังจีนเลยเว้ย

    "เธอ!" ไวทยาคว้าแขนฉัน ท่าทางหน้าตาโมโหจนน่าขำ แต่สุดท้ายก็ยอมปล่อยมือเมื่อฉันจ้องหน้ากลับอย่างไม่ยอมแพ้เหมือนกัน

    ฉันสะบัดแขน ไอ้นี่แรงดีเหมือนกันนะเนี่ย "ทำไม...นายด่าฉันได้ ฉันก็ด่านายได้เหมือนกันนั่นแหละ" ฉันเอ่ยเสียงเรียบ "Give and Take ใครทำอะไรก็ได้แบบนั้น...และเวลาที่ใครทำอะไรให้ ก็ ควร ขอบ คุณ ซะ ด้วย"

    น่าแปลกที่ไวทยาไม่ยักกะของขึ้นดังที่ฉันคาด แต่เขากลับนิ่งไปชั่วครู่ "ฉันไม่เคยขอให้เธอช่วย..." ไวทยาเอ่ยด้วยเสียงที่เบาลงและก้มลงมองมือตัวเอง "ให้ผู้หญิงปกป้อง...หึ กี่ครั้งแล้ว..."

    ฉันมองดูเขากำหมัดแน่น ...เอ้อ...ผู้ชายนี่ก็มีช่วงเวลาซึมเศร้ากับตัวเองด้วยสินะ...

    ...ไม่ชอบเลยนะ แบบนี้เนี่ย...

    "นี่" ฉันเรียกเขาด้วยเสียงกวนประสาทหน่อยๆ "นายน่าจะดีใจนะ ที่มีคนอยากปกป้องนายน่ะ บางทีเนี่ย ผู้หญิงเขาก็มีกำลังมากกว่าที่นายคิด ดีออก ได้เจอคนดีๆ มีผู้หญิงดีๆไม่เยอะหรอกนะที่ช่วยคนอื่นจริงๆจังๆแบบนี้น่ะ"

    แน่นอนว่าฉันก็คนหนึ่ง ท่อนนี้ฉันแอบต่อเองในใจ ไม่กล้าพูดออกมาหรอก เดี๋ยวไอ้บ้านี่จะหาว่าฉันหลงตัวเอง

    "...ผู้หญิงก็ต้องให้ผู้ชายปกป้องสิ..."

    ...เอิ่ม...อยู่ๆฉันก็รู้สึกอยากจะเอาหนังสือสิทธิสตรีให้ไวทยาเป็นของขวัญวันเกิดกะทันหัน

    "แต่สำหรับลิงคงไม่จำเป็น"

    โอ๊ย! เอามาฟาดหัวมันตอนนี้เลยได้ไหมเนี่ย!

    "คำก็ลิงสองคำก็ลิง ไอ้หงอกนี่" ฉันลุกขึ้นเท้าเอว ลืมความเจ็บปวดบนใบหน้าไปซะสนิท "นี่มัวแต่ไปทำไร่ทำนาหลังเขาอยู่รึไง สาวๆสมัยนี้เขาต้องสวย รวยแล้วก็เก่งด้วยย่ะ ไม่ต้องง้อผู้ชายแล้ว เคยได้ยินไหม สิทธิสตรีน่ะ"
    
    "เธอนี่...สาวเหรอ" ไอ้หงอกทำท่ามองฉันหัวจรดเท้า "ฉันว่าไม่น่าใช่" เขาว่าพลางลุกขึ้นแล้วยืนเอามือล้วงกระเป๋าด้วยท่าทางน่ากระทืบสุดๆ

    ว้อย! ไอ้หมอนี่ พอๆๆๆ พอแล้วปันรัก เถียงกับมันเหมือนเอาทองไปรูดกระเบื้อง คิดได้แบบนั้นฉันก็สูดหายใจเข้าลึกๆ...เพื่อระงับอารมณ์ "เออ ลิงก็ลิงเว้ย" ฉันสะบัดผ้าเช็ดหน้าทิ้งเศษน้ำแข็งที่ละลายเกือบหมดแล้วบนพื้น แล้วจ้ำพรวดๆไปหาจักรยาน "ฉันจะกลับเข้าป่าแล้ว หิว จะไปหากล้วยกิน" ว่าพลางกระโดดขึ้นและปั่นออกไปอย่างโมโหนิดๆ

    แต่ก็ต้องชะงัก...เพราะ...

 

 


 

 

 

 

 


 

- รัมตัดสินใจเข้าไปช่วยไวท์ในที่สุด

- ซัดพวกนั้นหมอบกระแต

- รัมโดนต่อยหน้าไปหนึ่งหมัด

- ไวท์เครียดนิดๆที่ให้ผู้หญิงช่วยอีกแล้ว

- สองคนเดินไปทำแผล....แล้วก็กัดกัน...

- ต่อไปนี้รัมคงเรียกไวท์ว่า "หงอก" ส่วนไวท์ก็เรียกรัมว่า "ลิงเมา"

- แม้ว่ารัมจะตะหงิดๆเรื่องปมเกี่ยวกับการให้ผู้หญิงปกป้องของไวท์ แต่เพราะไวท์กวนประสาท ก็เลย " ช่าง มัน "

- เป็นคู่กัดกันไปซะละ... (ก็ถ้าไม่ใช่หล่อนจะตั้งชื่อเอ็มเอสว่า คู่กัด ทำไมละแหม๊)

 

* มีการอัพ D i a r y สำหรับเหตุการณ์นี้

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

จบพอๆ กับติดอ่างงงงงงงงงงง

คุณหลานไวท์คะ ทำไมน้าเสียบรรยากาศ *0* (มายพ่นไฟ)

แต่ก็... สมเป็นคู่นี้ดีล่ะนะ เคร้ๆๆๆ open-mounthed smile

#1 By S-SMILE on 2009-05-26 21:01

โอ้ยย


น่ารักค่ะ
อ่านมาตั้งแต่ ตอนเจอตรองง่า cry

#2 By อ้วน on 2009-05-26 22:35

กร๊ากกกกกก นายไวท์เป็นหนุ่มซึน!!!

แค่บอกไปตรงๆ มันจะยากอะไรกันน้า =w=

#3 By Thorn [ผปค.ธร] on 2009-05-26 22:54

สนุกง่า!
CS นี่มีทุกรสเลยจริง ๆ ให้ตายเถอะ
ชอบวิธีลำดับความคิดของรัมแฮะ

#4 By Lagnadan on 2009-05-26 22:59

ระวังเปลือกกล้วย...

พืชชชชชชชชชชชชช

sad smile

#5 By Thai-Cubic on 2009-05-26 23:54

ยาว... แต่อ่านสนุกแฮะ
อ่านไปอ่านมาก็จบแล้ว
ชอบตรงช่วงท้ายที่ทั้งแซวทั้งซึนกัน
แถมตอนจบท้ายก็อีก
ตกลงเด็กรุ่นนี้ท่าจะซึ้งไม่สุดสักที 555


อ้อ ถ้าเป็น MS ควรสรุปท้ายบท สำหรับคนที่ไม่มีเวลาอ่านอย่างละเอียดทุกตอนแต่ยังสามารถตามได้นะครับ ไม่งั้นเกิดผมเจอว่าต้องอ่านย้อนไปอีกสามสี่ตอนผมคงยอมไม่อ่านน่ะ

เตือนด้วยความหวังดี ในมุมมองคนอ่านครับbig smile

#6 By โคค่อน on 2009-05-27 00:02

แอร๊ ซึนนนนนนนopen-mounthed smile cry
ลิงน่าร้ากกกกกกกcry

คู่กัดจริงๆด้วย...เป็น MS แล้ว
confused smile

#8 By Rethy's on 2009-05-27 00:08

ทำไมรู้สึกรัมเจอแต่ตอนจบแบบนี้ sad smile

รุ่นเรานี่หนุ่มซึนสาวซึนเยอะจริงๆ open-mounthed smile
แอบแว้บมาจากเน็ตโรงเรียนครับ (พี่โจ้ เน็ตโรงเรียนทำใหม่แล้วนะเออ เร็วดีครับ)

อ่านไปขำไป ...แหม่ รัมครับ ถ้าอยากได้เงียบๆ หงิมๆ ไม่มีปากมีเสียงแถมเข้าใจสิทธิสตรีก็ต้องไนท์สิครับ...

(โดนรัมต่อยกระเด็น) sad smile

#10 By whitehamster (58.147.68.162) on 2009-05-27 09:50

กัดกันจริงจังมาก ไวทยานี่เป็นแบบนี้สินะ

เข้าใจล่ะ...ว่าทำไมถึงมีเรื่องบ่อยๆ sad smile

แต่ว่าชอบอ่ะ...กัดกันได้ระเบิดเถิดเทิงดี

#11 By trong on 2009-05-27 10:28



แอร๊ยยยยย

อ่านแล้ว...อ่านแล้ว....

กิ๊วก๊าวหัวใจจัง...//ฮา

**ชอบมุขตอนสุดท้ายจัง cry
โรงเรียนนี้อันทพาลเยอะแฮะ sad smile

สนุกดี มุกไวท์ใช้ได้เลย open-mounthed smile

#13 By accel on 2009-05-27 19:35

อันธพาลสานรักสินะเนี่ยopen-mounthed smile มุกตอนจบนี่คิดไปได้นะsad smile
ลิงเมา open-mounthed smile

ซึนกับเข้าไป !!

#15 By Xundae (!?) on 2009-06-17 21:07